การเลีัยงไหม

การเลีัยงไหม

การทอผ้าไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมจะมีวิธีทอเหมือนกัน แต่กว่าที่ชาวบ้านจะได้เส้นไหมมาทอเป็นผืนนั้น มีขบวนการที่ต้องใช้เวลา ความสามารถและความอดทนเป็นพิเศษ ฉะนั้นผ้าไหมที่ทอเสร็จเป็นผืนแล้วจึงมีความงดงามและมีราคาค่อนข้านสูง เเต่ถ้าเราได้ศึกษาวิธีการทำผ้าไหมอย่างถ่องแท้เเล้ว เราจะยอมรับว่าราคาที่สูงนั้นไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับขั้นตอนการทำตั้งแต่การเลี้ยงไหม สาวไหม ฟอกไหม ย้อมไหม ตลอดจนการทำตามลำดับ นอกจากนี้ กรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถันละเอียดอ่อนมาก นับแต่การเลือกหม่อนซึ่งเป็นพืชยืนต้น ลำต้นเป็นทรงพุ่ม เพื่อใช้เป็นอาหารให้แก่หนอนไหม ที่กินแล้วลอกคราบเป็นไหมออกมา จากนั้นจึงนำไปอบแห้ง แต้มน้ำที่สะอาดเพื่อให้รังไหมพองตัว แล้วสาวเส้นไหมนี้เก็บรักษาด้วยวิธีการดั้งเดิมแต่โบราณ ทั้งอุปกรณ์และขั้นตอน เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

ขั้นตอนการเลี้ยงไหมประกอบด้วย
1.
การเพาะไหมตอนเเรกที่จะเอาไหมมาเลี้ยง จะต้องเอาตัวบี้ (ตัวแมลงที่เกิดจากตัวไหมสีขาวคล้ายผีเสื้อ) มาประมาณ 5 หรือ 100 ตัว มาปล่อยไว้ในกระด้งให้ตัวผู้กับตัวเมียผสมพันธุ์กัน จากนั้นจับตัวผู้ทิ้ง (ตัวผู้เล็กกว่าตัวเมีย) จับเอาเฉพาะตัวเมียใส่ผ้าแล้วเอาชามครอบไว้ 1 คืน รุ่งเช้าจะเห็นไข่ติดอยู่ที่ผ้านั้นแล้วจับตัวเเม่บี้ทิ้ง เอาผ้าปิดไข่บี้ไว้ประมาณ 8 วัน ตัวไหมก็จะออกจากไข่








รูปภาพ - หนอนไหม

2. การเลี้ยงไหมเมื่อตัวไหมออกจากไข่หมดเเล้ว จะเอาผ้าที่รองไข่นั้นใส่กระด้ง เอาใบหม่อนมาหั่นให้เป็นฝอยให้ตัวไหมกินวันละ 3 ครั้ง หรืออาจให้กินตอนกลางคืนด้วย ถ้าผู้เลี้ยงขยันพอ เมื่อเลี้ยงได้ 7 - 8 วัน ตัวไหมจะมีอาการที่เรียกว่า นอนหนึ่ง คือ นอนนิ่ง ๆ ไม่กินใบหม่อนอยู่ประมาณ 1 - 2 วัน จากนั้นมันก็เริ่มกินใบหม่อนอย่างเดิม ระยะนี้ให้เอาผ้าที่รองตัไหมออกและปล่อยให้มันอยู่ในกระด้ง ๆ ละประมาณ 2000 ตัว พอได้ 7 วัน ตัวไหมก็จะเข้าระยะนอนสอง คือ ไม่กินใบหม่อนอีก เมื่อมันพ้นจากระยะนอนสองเเล้วตัวมันจะโตมากขึ้น จึงสามารถให้กินใบหม่อนเป็นใบ ๆ ก็ได้ ต่อมาอีก 7 วัน ตัวไหมก็จะอาการสงบนิ่ง เรียกว่า นอนสอง เมื่อฟื้นจากนอนสามต่อไปอีก 7 วันจะมีอาการเช่นเดิม เรียกว่า นอนสี่ เเละเมื่อฟื้นจากนอนสี่ขึ้นนอนห้า ตัวไหมก็จะเริ่มทพฝัก ทำรัง

3. เมื่อตัวไหมขึ้นนอนห้าแล้วประมาณ 5 วัน ก็เริ่มสุก ผู้เลี้ยงจะต้องคอนหมั่นตรวจดูว่าตัวไหนแก่จะนอนสุก คือ ทำฝัก ทำรัง ตัวนั้นจะมีสีเหลืองทั้งตัว จะต้องเอาตัวนั้นออกไปใส่ "จ่อ" (จ่อ : ภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ คล้ายกระด้ง แต่ใหญ่กว่ามาก สานตาห่างมีไส่ขดใช้เป็นที่สำหรับเลี้ยงตัวไหม) ไว้ (ตัวไหมที่อยู่ในจ่อจะไม่มีการกินใบหม่อนอีกเเล้ว) เมื่อตัวไหมอยู่ในฝัก ในรัง 3 วัน ตัวไหมจะยุบตัวเล็กลง เรียกว่า ดักแด้ ถ้าเราจับฝักหรือรังเขย่าดูจะดังขลุก ๆ จากนั้นก็จะเอาฝักไหมใส่หม้อต้มเพื่อจัดการสาวไหมต่อไป ส่วนฝักในรังไหนจะเก็บไว้ทำพันธุ์ก็จะเก็บเอาไว้ 7 วัน ตัวดักแด้จะเกิดมีปีกขึ้นเรียกว่า ตัวบี้ แล้วมันจะกัดฝักกัดรังนั้นออกมาเอง

เส้นใยของหนอนเกิดจากการขับของเหลวชนิดหนึ่ง มีสารโปร่งแสงเป็นองค์ประกอบ ใยไหมที่เห็นแต่ละเส้นจะประกอบด้วยเส้นใยเล็กๆ สองเส้นรวมกัน สามารถฉีกแยกออกจากกันได้ ทั้งนี้รังไหมแต่ละรังจะให้สายไหมที่มีขนาดแตกต่างกันชั้นนอกสุดของรังจะมีความละเอียดพอสมควร ชั้นกลางจะเป็นเส้นหยาบและชั้นในสุดจะเป็นเส้นไหมที่ละเอียดที่สุด ซึ่งหนอนไหมแต่ละตัวจะชักใยยาวไม่เท่ากันอาจจะยาว ได้ตั้งแต่ 350 - 1,200 cm.หนอนไหมจะเจาะรังออกมาเป็นผีเสื้อเมื่ออยู่ในรังครบ 10 วัน ซึ่งผู้เลี้ยงจะคัดไหมที่สมบูรณ์ไว้ทำพันธุ์ส่วนที่เหลือนำไปสาวไหมก่อนที่ผีเสื้อจะเจาะรังออกมาซึ่งเส้นจะขาดและทำเส้นไหม